
ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือกเอเชีย ทีมใดได้ไปต่อและผ่านด่านอย่างไร
ฟุตบอลโลก ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือกโซนเอเชียเดินทางมาถึงบทสรุปของเส้นทางแข่งขันที่เข้มข้น เมื่อระบบใหม่ของฟุตบอลโลก 2026 เปิดโอกาสให้ตัวแทนเอเชียมีจำนวนเพิ่มขึ้น การแข่งขันจึงเข้มข้นต่อเนื่องตั้งแต่รอบแรกจนถึงด่านสุดท้ายของเพลย์ออฟข้ามทวีป โดยชาติที่ตีตั๋วไปเล่นรอบสุดท้ายมีทั้งทีมขาประจำ ทีมหน้าใหม่ และทีมที่กลับสู่เวทีใหญ่ในรอบหลายสิบปี
เอเชียมีสิทธิ์ผ่านเข้ารอบโดยตรง 8 ทีม และอีก 1 ทีมจากเพลย์ออฟระหว่างทวีป ตัวแทนเอเชียชุดนี้ประกอบด้วย ญี่ปุ่น อิหร่าน อุซเบกิสถาน เกาหลีใต้ จอร์แดน ออสเตรเลีย กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และอิรัก ถือเป็นชุดตัวแทนเอเชียที่หลากหลาย ทั้งในแง่ประสบการณ์ ประวัติศาสตร์ และเส้นทางการฝ่าด่านคัดเลือก
ฟุตบอลโลก 2026 ทีมเอเชียเข้ารอบ เช็กเส้นทางจากคัดเลือกถึงรอบสุดท้าย
ภาพรวมรอบคัดเลือกโซนเอเชียของฟุตบอลโลก 2026 ชัดเจนขึ้นหลังทุกเส้นทางถูกตัดสิน เมื่อระบบใหม่ของฟุตบอลโลก 2026 เปิดโอกาสให้ตัวแทนเอเชียมีจำนวนเพิ่มขึ้น การแข่งขันจึงเข้มข้นต่อเนื่องตั้งแต่รอบแรกจนถึงด่านสุดท้ายของเพลย์ออฟข้ามทวีป ชุดตัวแทนเอเชียครั้งนี้จึงรวมทั้งทีมประสบการณ์สูง ทีมสร้างประวัติศาสตร์ และทีมที่คืนสู่ฟุตบอลโลกอีกครั้ง
โซนเอเชียได้โควตาตรง 8 ทีม พร้อมโอกาสเพิ่มอีก 1 ทีมผ่านเพลย์ออฟข้ามทวีป รายชื่อที่ได้ไปฟุตบอลโลกจึงมี ญี่ปุ่น อิหร่าน อุซเบกิสถาน เกาหลีใต้ จอร์แดน ออสเตรเลีย กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และอิรัก ถือเป็นรายชื่อทีมเอเชียที่สะท้อนความหลากหลายของภูมิภาค ตั้งแต่ทีมที่ชำนาญเวทีโลก ไปจนถึงทีมที่ใช้รอบคัดเลือกครั้งนี้สร้างบทใหม่ให้ประเทศของตน
หกชาติแรกของเอเชียคว้าตั๋วตรงจากรอบสาม
รอบสามของโซนเอเชียเป็นจุดชี้ชะตาสำคัญ ระบบการแข่งขันนำ 18 ทีมมาแยกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 6 ทีม เพื่อวัดผลงานแบบเหย้าเยือน โควตาโดยตรงตกเป็นของทีมอันดับ 1 และอันดับ 2 จากทั้งสามกลุ่ม ญี่ปุ่นยืนยันความแข็งแกร่งด้วยการจบหัวแถวกลุ่มซี ขณะที่ออสเตรเลียตามเข้ารอบในฐานะอันดับสองของกลุ่มเดียวกัน
เส้นทางกลุ่มเอจบลงด้วยอิหร่านและอุซเบกิสถานที่คว้าตั๋วตรง อิหร่านยังคงแสดงมาตรฐานของหนึ่งในมหาอำนาจลูกหนังเอเชีย สำหรับอุซเบกิสถาน นี่คือหมุดหมายสำคัญจากการได้สัมผัสรอบสุดท้ายฟุตบอลโลกหนแรก ด้านกลุ่มบี เกาหลีใต้เข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม ขณะที่จอร์แดนคว้าโควตาอันดับสอง และเป็นอีกชาติที่ได้สัมผัสฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกเช่นกัน
สองทีมตะวันออกกลางผ่านเข้ารอบจากด่านรอบสี่
ทีมที่จบอันดับ 3 และ 4 จากรอบสามต้องไปต่อในรอบสี่ การแข่งขันถูกวางเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 3 ทีม ใช้สนามกลางในประเทศเจ้าภาพเป็นเวทีตัดสิน ผู้ที่ยืนหัวตารางของแต่ละกลุ่มได้ผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายทันที กาตาร์คว้าโอกาสจากรอบนี้กลับสู่ฟุตบอลโลกอีกครั้ง หลังเคยอยู่ในทัวร์นาเมนต์ฐานะเจ้าภาพปี 2022 และต้องการยืนยันผลงานจากการคัดเลือก
ซาอุดีอาระเบียปิดงานในรอบสี่และคว้าตั๋วฟุตบอลโลกได้เช่นกัน โดยมีประสบการณ์และคุณภาพในเกมตัดสินเป็นปัจจัยสำคัญ ทีมจากตะวันออกกลางรายนี้ยังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในชาติเอเชียที่น่าติดตาม เพราะมีผลงานในฟุตบอลโลกหลายสมัย และเคยสร้างผลการแข่งขันใหญ่บนเวทีโลกมาแล้ว
อิรักกลับมาได้จากเส้นทางเพลย์ออฟ
อิรักคือชาติที่มีเส้นทางยาวที่สุดเมื่อเทียบกับตัวแทนเอเชียทั้งหมด หลังจากจบรอบสี่ด้วยตำแหน่งอันดับสองของกลุ่ม จากนั้นอิรักลงสนามพบสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในรอบห้าแบบสองนัด ก่อนเอาชนะด้วยสกอร์รวมและขยับสู่เพลย์ออฟระหว่างทวีป ท้ายที่สุด อิรักผ่านเพลย์ออฟชี้ขาดและได้ตั๋วสู่ฟุตบอลโลก 2026
การคืนสู่เวทีของอิรักครั้งนี้มีความหมายทางประวัติศาสตร์อย่างมาก เพราะอิรักไม่ได้สัมผัสรอบสุดท้ายฟุตบอลโลกมายาวนานนับจากปี 1986 เรื่องราวของอิรักบอกให้เห็นถึงโครงสร้างใหม่ของฟุตบอลเอเชียที่เข้มข้นกว่าเดิม เพราะไม่เพียงทีมใหญ่ที่ครองพื้นที่ แต่ทีมที่อดทนและทำผลงานต่อเนื่องก็มีโอกาสไปถึงเป้าหมาย
เก้าทีมเอเชียกับบททดสอบในฟุตบอลโลก 2026
ภาพรวมของ ฟุตบอลโลก 9 ชาติเอเชียในฟุตบอลโลก 2026 ยังมีแกนหลักจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อิหร่าน และออสเตรเลีย อีกด้านหนึ่ง ซาอุดีอาระเบียและกาตาร์เป็นทีมที่มีประสบการณ์ ส่วนอุซเบกิสถาน จอร์แดน และอิรักคือกลุ่มที่สร้างเรื่องราวสดใหม่ ผู้ติดตามสามารถดูข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการแข่งขันของเอเชียได้ที่ AFC Asian Qualifiers
ฟุตบอลโลก 2026 จึงกลายเป็นด่านทดสอบครั้งใหญ่ของเอเชียในช่วงที่โควตาขยายเพิ่ม คำถามต่อไปไม่ใช่แค่ทีมใดได้ไปเล่นรอบสุดท้าย แต่คือทีมใดจะใช้โอกาสนี้เปลี่ยนภาพจำของเอเชียบนเวทีฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุด